รางวัลความสำเร็จ

น.ศ.นิเทศเอแบคคว้าแชมป์โฆษณาเอเชีย พร้อมโชว์ผลงานที่เมืองคานส์

นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์คว้ารางวัลประกวดผลงานโฆษณาได้รับรางวัล Regional Winner ของเอเชียแปซิฟิกและเป็นตัวแทนไปโชว์ผลงานที่เมืองคานส์ประเทศฝรั่งเศสในการประกวด Global Student Poster Competition 2010 จัดโดย IAA และบริษัทเอเจนซี่เดนซึ

ชื่อผลงาน Imaginative Creatures

ผลงาน Student Poster Competition

 เด็ก ABAC เจ๋งผลงานโปสเตอร์โชว์งานสิ่งแวดล้อมเมืองคานท์จากลูกเป็ดพลาสติกสู่การย้ำเตือนผู้คนให้สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมหากไม่ระวังวันหนึ่งสัตว์และสิ่งแวดล้อมรอบตัวจะกลายเป็นเพียงตำนานในความทรงจำของคนรุ่นหลัง  

 นางสาวธัญญา  ธรรมภิรักษ์นักศึกษาคณะนิเทศศาตร์สาขาวิชาการโฆษณาชัญ มหาวิทยาลัยอัสสัม (ABAC) ผู้คว้ารางวัล Regional Winner ของเอเชียแปซิฟิก  ซึ่งแต่เดิมนั้นการประกวดครั้งนี้เป็นเหมือนงานอาจารย์ให้ทำเพื่อส่งในห้องเรียนแต่ขณะเดียวกันทุกชิ้นงานที่ของนักศึกษาทั้งห้องถูกส่งไปยังการประกวด Student Poster Competition ครั้งที่2 ที่ร่วมจัดโดยIAA กับบริษัทเอเจนซี่เดนซึ  โดยมีโจทย์ให้ว่าในนำเสนอเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ 

 หลังจากได้รับโจทย์จึงพยายามหาข้อมูลทางเนตด้วยการเซิร์ทเข้าไปหาโดยเริ่มตั้งแต่อักษร A จนกระทั่งมาถึงอักษร D แล้วคำว่า Duck ทุกครั้งที่ใส่ตัวอักษรนี้ก็จะมีแต่รูปเป็ดพลาสติกสีเหลืองโชว์ขึ้นมาทุกครั้งทั้งที่ความตั้งใจคือต้องการหารูปเป็ดที่เป็นธรรมชาติไม่ใช่รูปพลาสติกเหมือนอย่างที่เห็นแต่แล้วก็มาเปลี่ยนความคิดว่าขนาดรุ่นของตัวเองเมื่อเซิร์ทหาเป็ดยังมีแต่เป็ดที่เป็นพลาสติกตัวเหลืองนี้ให้เห็นคือหารูปเป็ดจริงๆไม่ได้แล้วถ้าอีก 40 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ก็เลยปิ๊งได้ไอเดียนี้ขึ้นมาจึงจับเป็ดพลาสติกสีเหลืองนี้มาทำเป็นโปสเตอร์เสียเลย โดยใช้ตัวหนังสือเป็นตัวช่วยสื่อให้รู้ว่า ในปี 2050 เป็ดก็คงจะมีหน้าตาเป็นอย่างนี้เพราะคนรุ่นหลังๆคงไม่เคยเห็นเป็ดที่เป็นตัวเป็ดจริงๆเห็นแต่เป็ดที่เป็นอย่างนี้จึงเข้าใจว่านี่คือเป็ดดังนั้นเป็ดในอนาคตก็คงจะมีหน้าตาเป็นเช่นนี้ในความคิดของเด็กรุ่นหลัง   ซึ่งนี่ก็คือความหลากหลายทางชีวภาพอีกอย่างหนึ่ง 

 โปสเตอร์ที่จะให้ทำจะเป็นการรณรงค์การรักษาสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมทำเป็นโปสเตอร์แบบเรียบง่ายคิดว่าคงเพราะความเรียบง่ายแต่ได้ความหมายเหตุนี้จึงได้ชนะใจกรรมการเลยได้รับรางวัลเพราะเป็นหนึ่งชิ้นงาน.8 ชิ้นที่ได้รับการคัดเลือกจากทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 500 ชิ้นจาก 26 ประเทศทั่วโลกและได้ไปโชว์ที่เมืองคานท์ในงานรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม  

  "รู้สึกดีใจและภูมิใจมากค่ะที่ไอเดียที่เราคิดขึ้นมาได้ทำให้คนได้เอาไปคิดต่อเพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเพราะความตั้งใจตอนแรกไม่ได้มุ่งหวังผลรางวัลเพียงอย่างทำชิ้นงานให้ออกมาดีแต่ก็ดีใจที่ได้รางวัลและได้ไปโชว์ในเมืองคานท์ซึ่งเป็นที่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก"

 

 ซึ่งจากประสบการณ์ครั้งนี้ธัญญาบอกต่ออีกว่าการทำงานชิ้นนี้ทำให้รู้ว่าทุกสิ่งเริ่มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว  วันนี้เซิร์ทหาข้อมูลได้อย่างหนึ่งพรุ่งนี้ในหัวข้อเดียวกันข้อมูลอาจจะเปลี่ยนเป็นอีกอย่างหนึ่งก็ได้ดังนั้นทำให้ได้เรียนรู้ความจริงของชีวิตเพิ่มมากขึ้นทำให้มีความคิดว่าควรจะคิดหรือทำอะไรเพื่อเป็นการช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้นก่อนที่จะไม่มีอะไรเหลือให้ช่วยกันรักษาอีกต่อไป


คณะนิเทศศาสตร์  ภาควิชาการโฆษณา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
 

คณะวิทย์เอแบคคว้ารางวัล Special Awards 2010 จาก ไมโครซอฟท์

นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับรางวัล Special Awards   ทางด้าน Multipoint Appication  จัดโดย บริษัทไมโครซอฟท์ ประเทศไทย
(ชื่อเรียงตามรูป จากซ้าย-ขวา)
จิตเข้ม เทียนงาม
กัณณพนต์ วงศ์เกียรติขจร
อนุชา ทั่งทอง
ฐิตินันท์ กิจรุ่งโรจน์สกุล
ABAC School of Science and Technology
"MATILDA" ชื่อผลงานของทีม ISL Kids ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาปีที่ 3 จากห้องวิจัยระบบอัจฉริยะ (Intelligent Systems Research Laboratory: ISL) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ภายใต้การดูแลของอาจารย์ทัพนันทน์ เอี่ยวพานทอง MATILDAเป็นผลงานที่โดดเด่นจนเข้าตากรรมการ ทำให้ได้รับรางวัล Special Awards ทางด้าน Multipoint Applicationจาก บริษัท Microsoft ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจเท่านั้น แต่ผลงานนี้ยังใช้ประโยชน์ได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษา โดยเฉพาะสำหรับคนในประเทศโลกที่สามที่ยังต้องการความช่วยเหลือ
 
 ฐิตินันท์ กิจรุ่งโรจน์สกุล หนึ่งในสี่ของสมาชิกทีม "ISL-Kids" ได้เล่าถึงความรู้สึกที่ภาคภูมิใจของผลงานที่พวกเขาทั้งสี่ได้ร่วมกันทำขึ้นมาว่า “ในฐานะ ผู้ที่เรียนทางด้านนี้มา ก็อยากแสดงความรู้ความสามารถที่ได้เรียนมาจากห้องเรียน เมื่อบริษัท Microsoft เปิดให้มีเวทีนี้ จึงได้สมัครเข้าร่วมซึ่งโจทย์ที่ได้รับเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเอาไปช่วยงานให้กับประเทศโลกที่สามที่ยังต้องการความช่วยเหลือ”
 แม้โจทย์ที่ได้รับจะเป็นโจทย์ที่กว้าง แต่ทั้งสี่คนก็ไม่ละความพยายาม เริ่มค้นหาว่า ในกลุ่มประเทศเหล่านั้น ยังต้องการความช่วยเหลือในด้านใดบ้าง และจะนำเทคโนโลยีเข้ามาผสานเพื่อให้เกิดการช่วยเหลือได้อย่างไร และแล้วก็มาสรุปลงตัวที่ว่า ต้องการจะช่วยในด้านการศึกษา โดยนำเอาหลักการของ Social Networkเข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับ Multipoint Technology ของMicrosoft และได้ตั้งชื่อผลงานว่า MATILDA (Multipoint Application Templates for Interactive Literacy Development Applications) โดยที่ระบบดังกล่าวเป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสื่อการเรียนการสอนแบบ Interactiveที่พัฒนาขึ้น  เพื่อให้ครูในประเทศต่างๆ ทั่วโลกสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสรรเนื้อหาและรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Interactive  ผ่านระบบของ MATILDA เพื่อนำเอาไปใช้สอนในห้องเรียนของตนเอง และแบ่งปันให้ครูท่านอื่นๆ ทั่วโลกนำไปใช้ได้อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับครูในประเทศโลกที่สาม ที่ยังขาดสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพอยู่อีกมาก
อนุชา ทั่งทอง ได้ขยายความต่อไปอีกว่า “โปรแกรมที่สร้างขึ้นมานี้ จะเป็นโปรแกรมง่ายๆ ที่คนที่นำไปใช้ก็จะรู้สึกเหมือนกับการเล่นเกมส์ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งทางทีมฯทำเป็นรูปแบบเว็บไซต์ ถ้ามีโปรแกรมสำเร็จรูปนี้ไว้ ครูทุกท่านสามารถนำไปใส่ข้อมูลการเรียนการสอนของตัวเองได้ และหลังจากที่ทำเสร็จ ชื่อของครูผู้นั้น ก็จะแสดงในเว็บเพื่อให้คนทั่วไปได้รู้ว่า ข้อมูลการเรียนการสอนนี้เป็นของครูผู้นี้ เป็นการให้เครดิตแต่ครูที่เข้ามาใส่วิธีการเรียนการสอนของตัวเอง”
 ด้วยวิธีดังกล่าวนี้ ครูจากทั่วโลกสามารถนำเอาโปรแกรมการเรียนการสอนที่เขาใช้ในการสอนเด็กในห้องเรียนของเขา มาเผยแพร่แบ่งปันให้กับครูท่านอื่นๆ จากประเทศอื่นๆ ที่ต่างออกไป เอาไปใช้เพื่อการสอนของตัวเองได้ด้วย ซึ่งวิธีการนี้ ก็จะสามารถเอาข้อมูลเหล่านี้ไปสอนกับประเทศโลกที่สามได้ด้วย  ถ้าดูจากในโรงเรียน หน้าตาก็เหมือนเกมส์ ถ้าดูในห้องเรียนจะเหมือนนักเรียนกำลังเล่นเกมส์ แต่ก็ได้ความรู้ไปด้วย ไม่น่าเบื่อ และที่สำคัญจะกลายเป็น  Social Network ของครู มีเว็บเพื่อครูที่เข้ามาทำใช้โปรแกรม แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ด้วย
  จิตเข้ม เทียนงามเล่าให้ฟังเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงเวลาทำงานว่า “แม้จะยากในขณะที่คิดเริ่มแรก แต่ก็รู้สึกสนุก ที่งานที่ผลิตออกมาสามารถใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่เพียงผลงานที่ผลิตเพื่อส่งประกวด แต่เป็นงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ เพราะเรียนมามาก อยากลองมาใช้จริง แล้วต้องทำงานเป็นทีม ทำให้รู้ว่า เรียนด้วยกันกับทำงานด้วยกัน ความรู้สึกต่างกัน แต่ที่นอกเหนือกว่านั้นคือ ต้องไปหาความรู้เพิ่มเติมจากที่เรียนในห้องเรียน แล้วเอามาบอกกับเพื่อน โดยแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันคนละส่วน แต่สุดท้ายก็นำความคิดและข้อมูลของทุกคนมารวมกัน”
 "จากที่มีส่ง 200 กว่าทีม แล้วคัดเหลือ 12 ซึ่งเราเป็นหนึ่งในนั้น แค่นี้ก็ดีใจกันแล้วครับ แต่ที่สุดแล้วก็ได้รางวัลมาเป็นรางวัล  Special Awards ทางด้าน Multipoint Application ก็ยิ่งดีใจครับ เพราะ คณะกรรมการคงเห็นว่าเรามีการนำเอา Multipoint Technology ของ Microsoftมาใช้จริง  งานนี้พวกผมดีใจ เพราะไม่ได้คิดว่าแข่งกับใครแต่แข่งกับตัวเอง ทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วก็ได้ผลมาอย่างที่ต้องการการครับ"  กัณณพนต์หัวหน้าทีม ISL Kids กล่าว
  นอกจากนี้ความรู้สึกของอาจารย์ทัพนันทน์ ครูผู้ให้การดูแลของเด็กๆ ในกลุ่มนี้ว่า “รู้สึกดีใจกับเด็กๆ  ที่สามารถทำให้ผลงานนี้ได้รับรางวัล แต่ดีใจยิ่งกว่าที่ได้เห็นเด็กๆทำงานกันเป็นทีม มีความสามัคคีและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ แน่นอนว่าพวกเราตั้งใจแข่งขันในโครงการของMicrosoft แต่เป้าหมายของผมตั้งแต่เริ่มรับหน้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาคือ อยากให้เด็กๆ ได้เห็นความสำคัญของการร่วมมือกันมากกว่าการแข่งขันกัน  ให้พยายามก้าวพ้นขีดจำกัดของตนเองมากกว่าเปรียบเทียบความสามารถกับผู้อื่น ซึ่งผมคิดว่าผลก็ออกมาตรงตามเป้าหมายแล้ว”
 
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

เอแบคคว้า 2 รางวัล ชนะเลิศสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ 2010

นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญคว้า 2 รางวัล ทั้งรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศในการประกวดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ Impromptu Public Speaking  Competition 2010 จัดโดย กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์


 

นิเทศเอแบคคว้ารางวัลชนะเลิศการ์ตูนไซไฟไทย ครั้งที่ 2

นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์คว้ารางวัลประกวดคว้ารางวัลชนะเลิศการ์ตูนไซไฟ ไทย ก้าวไกลสู่สากล ครั้งที่ 2 (ระดับอุดมศึกษา) ประจำปี 2010 จัดโดยสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ร่วมกับสมาคมการ์ตูนไทยและมูลนิธิเด็ก

ภาพจากซ้าย: เมย์-ศิวพร มณีวรรณ อ้น-ชานน สันติอัศวราภรณ์ และ ลูกชุบ-ภวิภาวี สุวรรณภูมิ ทีมนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชานิเทศศิลป์ จากรั้วมหาวิทยาลัย
อัสสัมชัญ (ABAC) คว้ารางวัลชนะเลิศ การประกวดการ์ตูนไซไฟไทย ก้าวไกลสู่สากล ครั้งที่ 2 (ระดับอุดมศึกษา) จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติร่วมกับสมาคมการ์ตูนไทย และมูลนิธิเด็ก เพื่อนำเสนอการ์ตูนแนววิทยาศาสตร์ (Sci-Fi Comic) โดยฝีมือคนไทยไปสู่สากล จากผู้ร่วมเข้าแข่งขันกว่า 100 ทีมทั่วประเทศ
จากไอเดียความคิดของนักศึกษาทั้งสามสู่เรื่องราวเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมของ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า “ส้ม” ที่ทำให้เด็กผู้ชายคนหนึ่งต้องย้อนอดีตกลับไปเพื่อแก้ไข เรื่องนี้มีแง่คิดที่สะท้อนสังคม โดยเฉพาะปัญหาของครอบครัวในปัจจุบัน พร้อมแฝงแง่คิดถึงความจริงที่ว่า เราทุกคนไม่สามารถย้อนอดีตได้ เพราะฉะนั้น ก่อนทำอะไรต้องคิดให้ดีว่า การกระทำของเราจะกระทบต่อผู้อื่น โดยเฉพาะบุคคลในครอบครัวทั้งในปัจจุปันและในอนาคตไม่มากก็น้อย
อ้น ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมได้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม ถึงที่มาของไอเดียชิ้นงานนี้ว่า “พวกเราพยายามหยิบประเด็นที่คนอ่านเข้าถึงได้ง่าย มากกว่าเรื่องที่ซับซ้อนจนเกินไป เพราะว่าเป็นเพียงเรื่องสั้น 30 หน้า เลยหยิบยกเรื่องใกล้ตัว มาดัดแปลงให้เป็นแนววิทยาศาสตร์ ไซไฟ การทำงานก็เริ่มจากคิดเนื้อเรื่อง แล้วก็วาดโครงร่างแต่ละหน้า โดยแบ่งกันวาด แบ่งกันลงสี”
เมย์ เสริมว่า “ทั้ง 3 คนในทีม มีสไตล์การวาดที่ไม่เหมือนกัน ในการประกวดครั้งนี้ เราก็เลยสร้างสไตล์ที่เป็นแบบใหม่ เพื่อใช้ในการ์ตูนเรื่องนี้ “อ้น” จะเป็นคนเริ่มคิดเนื้อเรื่อง ว่าจะเป็นแนวไหน แล้วก็ปรึกษากันในกลุ่ม “เมย์” กับ “อ้น” ก็จะวาด ตามโครงเรื่องที่ได้กำหนดไว้ โดยแบ่งแบบ “อ้น”วาดหุ่นยนต์ “เมย์” วาดคน เพื่อให้ดูเป็นลายเส้นเดียวกัน  แล้วทุกคนก็มาช่วยกันลงสี”
ลูกชุบ กล่าวว่า “ทีมพวกเราชนะ อาจเพราะเนื้อเรื่องที่ดูเรียบง่าย และเข้าถึงได้ง่ายค่ะ เป็นการ์ตูนที่อ่านได้เพลิดเพลิน แบบสบายๆ ทุกเพศ ทุกวัย  จนทำให้ผู้อ่านอาจลืมไปว่ากำลังอ่านการ์ตูนไซไฟอยู่ เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้อ่านชอบการ์ตูนแนววิทยาศาสตร์ไซไฟมากยิ่งขึ้น ด้วยเทคนิคการใช้สีนำลงทุกหน้า ซึ่งไม่เหมือนทีมอื่น เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ชนะใจกรรมการ และต้องขอบคุณคำแนะนำของ อ.สุริยา รัตนะวงศ์กุล ที่ปรึกษาในส่วนของเนื้อเรื่องและแนวคิดในตัวงานจนออกมาได้ดีมากค่ะ”
สุดท้ายทั้ง 3 คนได้ทิ้งท้ายว่า “อยากให้น้องๆ ที่ตัดสินใจเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองรัก แล้วเราจะรู้สึกสนุก มีความสุขไปกับมัน และมันก็จะพาเราไปสู่ความสำเร็จ เรียนด้านศิลปะนี้ พ่อแม่บางคนอาจจะไม่สนับสนุน แต่ทุกวันนี้ การเรียนด้านนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เราไม่ได้เป็นแต่ศิลปินอย่างเดียว อย่างที่เอแบค สาขานิเทศศิลป์ก็จะ  ประยุกต์เข้ากับธุรกิจไปด้วย”
หลังจากนี้พวกเขาทั้งสามจะได้มีโอกาสในการศึกษาดูงานที่ สถาบันภาคเอกชนที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และโอกาสเข้าพัฒนาฝีมือจากนักคิด นักเขียนมืออาชีพทั้งในแวดวงการ์ตูนและแวดวงวิทยาศาสตร์ พร้อมจัดพิมพ์ผลงานที่ชนะการประกวด และจำหน่ายที่แผง



คณะนิเทศศาสตร์  สาขานิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

บริหารธุรกิจเอแบคคว้าแชมป์ชนะเลิศ L’Oreal Brandstorm 2010

นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจได้รับรางวัลชนะเลิศ L’Oreal Brandstorm 2010 และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งรอบ 10 สุดท้ายทั่วโลกที่ประเทศฝรั่งเศส จัดโดยลอรีอัลโปรเฟสชั่นแนล ประเทศไทย

นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

Loading...
Loading...